ความสำคัญของ Cloud Computing กับธุรกิจยุคใหม่

ความสำคัญของ Cloud Computing กับธุรกิจยุคใหม่
การเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างธุรกิจในยุคปัจจุบันที่มีการแข่งขันสูง ความรวดเร็วในการทำธุรกิจถือเป็นปัจจัยหลักในการเอาชนะคู่แข่งขันได้ ระบบไอทีจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องสามารถตอบสนองการเติบโตและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของโมเดลธุรกิจ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจอย่างรวดเร็วส่งผลให้เกิดการแนวทางจัดการระบบไอทีแบบใหม่ที่เรียกว่า Cloud Computing

Cloud Computing สร้างความเหนือกว่าให้กับธุรกิจอย่างไร
Cloud Computing เป็นระบบการบริหารจัดการทรัพยากรไอทีแบบใหม่ ที่มีความยืดหยุ่นสูง เพื่อรองรับกับธุรกิจยุคใหม่ที่พร้อมจะเปลี่ยนแปลงในทุกวินาที ระบบการจัดการทรัพยากรทางด้านไอทีแบบ Cloud Computing ส่งผลให้ธุรกิจสามารถเพิ่ม ลด และปรับเปลี่ยนระบบไอทีได้ทันทีที่ต้องการตามนโยบายการดำเนินธุรกิจ โดยไม่จำเป็นต้องรอการสั่งซื้ออุปกรณ์เพิ่มเติม เพราะโครงสร้างของระบบถูกออกแบบให้ทำงานอยู่บนระบบเสมือน ( Virtualization) ทำให้สามารถเพิ่ม ลด และปรับเปลี่ยนโครงสร้างระบบไอทีที่รองรับการทำงานของ Software และ Application ที่จำเป็นต่อธุรกิจได้ทันที

ในมุมมองของการทำธุรกิจ การเพิ่มเติมหน่วยงานหรือขยายธุรกิจออกไป จำเป็นต้องคำนึงถึงต้นทุนการลงทุนที่เพิ่มขึ้น ระบบไอทีถูกมองว่าเป็นการลงทุนที่มีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเป็นการลงทุนเพื่อเริ่มต้นธุรกิจใหม่ ถือเป็นการลงทุนที่ยังไม่ก่อให้เกิดรายได้ที่ชัดเจน ทำให้องค์กรต้องแบกรับภาระต้นทุนค่อนข้างสูง แต่เมื่อองค์กรเปลี่ยนมาใช้การบริหารจัดการทรัพยากรไอทีแบบ Cloud Computing การเพิ่มการใช้งานระบบไอทีจะมีต้นทุนที่ต่ำ ลงเพราะโครงสร้าง Infrastructure ทั้งหมดจะถูกสร้างเป็นระบบเสมือนและสามารถใช้งานได้ทันที ทำให้การตัดสินใจในการต่อยอดทางธุรกิจเป็นไปได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น หรือในกรณีที่องค์กรไม่ต้องการลงทุนทางด้านระบบไอที ก็สามารถตัดสินใจเลือกใช้บริการของ Cloud Service Provider ได้ Cloud Computing จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยให้องค์กรสามารถประหยัดต้นทุนทางด้านไอทีได้ในระยะยาว

องค์กรและหน่วยงานธุรกิจสามารถศึกษาความเป็นไปได้ในการเปลี่ยนระบบไอทีทั้งหมดขึ้นสู่ระบบ Cloud Computing ซึ่ง Cloud Computing แบ่งเป็น 3 ประเภท ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมในการใช้งาน คือ Private Cloud , Public Cloud และ Hybrid Cloud โดย Cloud Computing แต่ละประเภทมีข้อจำกัดและความยืดหยุ่นในการใช้งานที่แตกต่างกัน
1. Private Cloud คือระบบ Cloud ส่วนตัวที่จัดทำขึ้นเพื่อรองรับการทำงานขององค์กรใดองค์กรหนึ่ง หรือเฉพาะกลุ่มที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น เช่นระบบ Cloud ของบริษัทที่ให้บริการเฉพาะพนักงานของบริษัทและเปิดให้คู่ค้าที่ติดต่อกับบริษัทเข้ามาใช้งานได้ในบางระบบที่เกี่ยวข้อง
2. Public Cloud คือระบบ Cloud ที่ออกแบบมาให้คนทั่วไปใช้งานร่วมกัน เช่นระบบ Cloud ของ Amazon , ระบบ Cloud ของ Google เป็นต้น
3. Hybrid Cloud คือระบบ Cloud ที่มีการทำงานทั้งที่เป็น Private Cloud และ Public Cloud ผสมผสานกัน

This entry was posted in แนวคิดการตลาด and tagged . Bookmark the permalink.

Comments are closed.